การประกวดนางสาวไทย 2550 (Miss Thailan 2007)

หน้าแรก

 

นางสาวไทย ๒๕๕๐

 

ข่าวการประกวด

 

รายละเอียด

 

แกลลอรี่

 

คลิปวีดีโอ

 

เว็บบอร์ด

 

ผู้เข้าชม 4,410,167 คน

รายละเอียด / Detail

ประวัติการประกวด | ทำเนียบนางสาวไทย | ระเบียบการประกวด | การสมัครเข้าประกวด | ตารางการประกวด | ตำแหน่งและของรางวัล

ยุคที่ 1 - ยุคที่ 3 | ยุคที่ 4 - ยุคที่ 5

ประวัติการประกวด

ยุคที่ 1 ( พ.ศ. 2477 – 2483 ) และยุคที่ 2 ( พ.ศ. 2491 – 2497 ) “ นางสาวสยาม ”

การประกวดนางสาวไทยครั้งแรกได้เริ่มขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม 2477 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 โดยรัฐบาลได้จัดขึ้นในงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญภายในพระราชอุทยานสราญรมย์ ใช้ชื่อในการประกวดครั้งนั้นว่า “ นางสาวสยาม ”

การประกวดนางสาวไทยเสมือนเป็นกิจกรรมที่สืบทอดเจตนารมณ์ของรัฐบาลมาโดยตลอดทั้งนี้นับตั้งแต่ยุคที่ 1 และยุคที่ 2 เป็นกิจกรรมของทางราชการโดยหน่วยงานราชการผู้จัดและรับผิดชอบ คือกองการต่างประเทศกระทรวงมหาดไทย การจัดการประกวดนางสาวไทยในสมัยนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การประกวดเป็นสื่อด้านความบันเทิง ดึงดูดความสนใจให้

ประชาชนมาเที่ยวงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ อันเป็นงานเผยแพร่อุดมการณ์ประชาธิปไตย

ต่อมาในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายต้องการส่งเสริมฐานะสตรีให้เท่าเทียมอารยประเทศและมีบทบาทในการช่วยเหลือสังคม รัฐบาลในสมัยนั้นจึงใช้เวทีการประกวดนางสาวไทยเป็นสื่อในการสนับสนุนนโยบายรัฐนิยมของรัฐบาล โดยเฉพาะวิวัฒนาการการแต่งกายของสตรีโดยมีการเปลี่ยนแปลงด้านเครื่องแต่งกายของผู้เข้าประกวดนางสาวไทยในยุคแรก ดังนี้

พ.ศ. 2477 ผู้เข้าประกวดแต่งกายด้วยชุดไทยห่มสไบเฉียง นุ่งซิ่นยาวกรอมเท้า
พ.ศ. 2482 ผู้เข้าประกวดแต่งกายชุดเสื้อกระโปรงติดกัน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมของไทย เสื้อเปิดหลัง กางเกง กระโปรงยาวถึงเข่า
พ.ศ. 2483 ชุดกีฬา กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุดเปิดหลัง
พ.ศ. 2493 ผู้เข้าประกวดสวมใส่ชุดว่ายน้ำในการประกวด

ในยุคที่ 1 ประเทศไทยมีผู้ได้รับเลือกเป็น “ นางสาวสยาม ” จำนวน 5 คน และ “ นางสาวไทย ” จำนวน 2 คน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ว่าด้วยนามของประเทศ พ.ศ. 2482 กำหนดเรียกนามของประเทศว่าประเทศไทย ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นใด ซึ่งใช้คำว่า “ สยาม ” ให้ใช้คำว่า “ ไทย ” แทน ดังนั้นการประกวด “ นางสาวสยาม ” จึงเปลี่ยนมาใช้การประกวด “ นางสาวไทย ” นับตั้งแต่ พ.ศ. 2482

การจัดการประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 2 ได้ดำเนินการต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2493 – 2497 เป็นปีสุดท้ายที่ รัฐบาลเป็นผู้มีบทบาทในการจัดการประกวด เนื่องจากการประกวดนางสาวไทยได้ถูกยกเลิกการจัดไปพร้อมกับงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ

ยุคที่ 3 ( พ.ศ. 2507 – 2515 ) “ นางสาวไทย ”

จากการที่งานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญได้ถูกยกเลิกไปนั้น ทำให้การประกวดนางสาวไทยไม่ได้จัดขึ้นด้วย เช่นกัน ถึงแม้จะไม่มีการประกวดนางสาวไทยในช่วงเวลาดังกล่าว แต่มักจะมีการจัดในระดับท้องถิ่น หรือการประกวดเนื่องในโอกาสหรือวาระพิเศษต่าง ๆ เช่น การประกวดเทพีลุมพินี ที่สนามมวยลุมพินี, การประกวดนางสาวไทย โทรทัศน์ช่อง 4, การประกวดนางงามตุ๊กตาทองในงานประกวดภาพยนตร์ตุ๊กตาทอง, การประกวดสาวงามองค์กฐินชิงถ้วย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นต้น

ต่อมาในปี 2504 สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทดลองจัดการประกวด “ นางงาม
วชิราวุธ ”
ขึ้นในงานวชิราวุธานุสรณ์ ซึ่งเป็นงานที่สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวไทย ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และอีกวัตถุประสงค์คือ เพื่อสร้างความบันเทิงแก่ประชาชนผู้มาเที่ยวงาน ส่วนสถานที่จัดงานคือบริเวณพระราชอุทยาน-
สราญรมย์

จากการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับจุดมุ่งหมายของการจัดประกวดนางสาวไทย ซึ่งเป็นการ
ประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยการใช้ตำแหน่งนางสาวไทยเป็นสื่อเผยแพร่ชื่อเสียงให้แก่ประเทศ และใช้รูปแบบของ

การเข้าร่วมประกวดนางงามระดับชาติทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในปี พ.ศ. 2507 คณะกรรมการการจัดงานวชิราวุธานุสรณ์ได้มีการเปลี่ยนชื่อการประกวดมาเป็นการประกวด “ นางสาวไทย ”

การประกวดนางสาวไทยในยุคที่ 3 ถือได้ว่าเป็นยุคแห่งการประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นางสาวไทยเป็นสื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และสร้างภาพพจน์ให้ชาวโลกรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ยุคที่ 1 - ยุคที่ 3 | ยุคที่ 4 - ยุคที่ 5

ความคิดเห็นที่ 55 โดย jhlgpt@hotmail(2008-07-12) 09:33:01 แจ้งลบ

yj

ความคิดเห็นที่ 54 โดย sathchat@hotmail(2008-07-12) 09:31:35 แจ้งลบ

gr

ความคิดเห็นที่ 53 โดย som_sak2007@hotmail.com(2008-07-06) 13:42:06 แจ้งลบ

นางสาวไทยปีนี้สวยจังครับ

ความคิดเห็นที่ 52 โดย lovely_myfan@hotmali.com(2008-06-17) 15:47:03 แจ้งลบ

น่ารักทุกคนสวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 51 โดย นุ่น/num_doremon@hotmail.com(2008-06-15) 20:30:27 แจ้งลบ

เราชอบ อัมพร บุรารักษ์

ความคิดเห็นที่ 50 โดย fonkanoo(2008-05-20) 15:56:35 แจ้งลบ

สวย

ความคิดเห็นที่ 49 โดย คนสวย(2008-05-16) 12:54:55 แจ้งลบ

การประกวดนี้ดีจังเลยค่ะ ปีหน้าว่าจะประกว

ความคิดเห็นที่ 48 โดย c_buakaew@yahoo.com(2008-04-16) 13:45:19 แจ้งลบ

ชื่นชมว่าที่คุณหมอเจี๊ยบ อยากรู้จัก น่าจะเป็นคนดี

ความคิดเห็นที่ 47 โดย คุณ กมลทิพย์ สุดลาภา(2008-03-25) 18:27:55 แจ้งลบ

พณฯ ท่าน เชาวน์วัศ สุดลาภา และ ประวัติคุณหญิง กมลทิพย์ สุดลาภา เป็นผู้มีความ งามอย่างมาก และเติบโตย่าน จ.สงขลา จนกลายเป็นถนน นางงาม และเป็นศิษย์เก่า โรงเรียน “วรนารีเฉลิม” โรงเรียน สตรีคู่เมืองสงขลา ท่องไปกับใจตน : ไขปริศนา "ถนนนางงาม" อร่ามเรืองเมืองสงขลา "ไปถึงสงขลา อย่าลืมแวะไปเดินย่านเมืองเก่าแถวถนนนางงามนะครับ พี่ต้องชอบแน่ๆ" เสียงกำชับจาก จารุภัทร วิมุตติเศรษฐ์ เมื่อรู้ว่าผมจะสัญจรสู่สงขลา เขาเป็นหนุ่มนักทำสารคดีที่มีบ้านเกิดอยู่เหนือสุดที่เชียงราย แต่เป็นผู้เขียนหนังสือ "นายรอบรู้" ฉบับ "สงขลา" แดนดินถิ่นใต้เกือบสุดปลายด้ามขวาน ซึ่งระบุว่าย่านเมืองเก่าสงขลามีถนนสายสำคัญน่าเดินเที่ยว 3 สาย คือ ถนนนครนอก นครใน และถนนนางงาม เพราะมีห้องแถวไม้แบบจีน ตึกคลาสสิกสไตล์ "ชิโน-โปรตุกีส" และขนมอร่อยๆ ทั้งของไทย จีน ฝรั่ง ให้เลือกชมและชิมอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ แต่ที่สงสัย คือมีถนนนครนอก กับถนนนครใน แล้วอยู่ดีๆ ทำไมมี "ถนนนางงาม" ขึ้นมาได้ นางงามอะไร? ใครคือนางงาม? ผู้กลายมาเป็นตำนานของถนนที่น่ารักสายนี้ ย้อนอดีตกลับไปราว 200 ปีก่อน ตัวอำเภอเมืองสงขลาไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้หาดสมิหลาเช่นในปัจจุบัน ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นสงขลาเป็นจังหวัดที่มีรูปร่างแปลก เพราะมีทะเลสาบสงขลาคั่นกลาง เดิมตัวเมืองสงขลาตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ เรียกว่า "เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน" จนกระทั่ง พ.ศ.2385 จึงขยับขยายมาฝั่งตรงข้าม บริเวณตำบลบ่อยาง เรียกว่า "เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง" โดยเริ่มแรกมีถนนสองสายคือ "นครนอก" หรือถนนเส้นนอกติดทะเลสาบ กับ "นครใน" หรือถนนเส้นใน ต่อมามีการตัดถนนสายที่สามเพื่องานสมโภชเสาหลักเมือง เรียกกันว่า "ถนนเก้าห้อง" หรือ "ย่านเก้าห้อง" เพราะอาคารแรกบนถนนสายนี้มี 9 คูหา หรือ 9 ห้อง แต่ทำไม "ถนนเก้าห้อง" กลายไปเป็น "ถนนนางงาม" ไปได้? บ่ายวันนั้น ผมเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ ขณะเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยของถนนนางงาม ซึ่งเป็นถนนสายสั้น รถราไม่พลุกพล่าน ชวนให้เดินทอดน่องท่องอดีต พบอาแปะขาย "การอจี๋" ขนมเก่าแก่ของคนจีน อยู่แถวศาลเจ้าพ่อกวนอูมานานนับ 40 ปี พบหอพักที่เป็นตึกเก่าสไตล์ "ชิโน-โปรตุกีส" งามสง่าบนถนนเชื่อมระหว่างถนนนางงามกับนครใน พบ "โรงแรมนางงาม" โรงแรมไม้เก่าแก่ประดับลายฉลุไม้วิจิตรตา ด้านหน้ามี "อาเคด" (Arcade) หรือทางเดินมีหลังคาคลุม คุ้มแดดคุ้มฝนเหมือนอาคาร "ชิโน-โปรตุกีส" แถวภูเก็ต พังงา แต่น่าเสียดายที่โรงแรมปิดกิจการไปเสียแล้ว แวะร้านริมทาง ชิม "ข้าวฟ่างกวน" แก้หิว นี่คือขนมเก่าแก่ของชาวสงขลา ใส่ถาดขายคู่กับ "ข้าวเหนียวดำกวน" ชอบใจตรงที่ไม่หวานเกิน และคุณพี่เจ้าของร้านก็ไม่ได้ทำมากๆ ไปส่งขาย แต่ทำพอขายเองที่หน้าบ้านเป็นการสืบทอดฝีมือทำขนมของคุณยาย คุยไปคุยมา เค้าลางของ "นางงาม" เริ่มฉายแวว เมื่อผมลองถามถึงที่มาของชื่อถนนสายนี้ คุณพี่บอกไม่ทราบเหมือนกัน รู้แต่ว่ามีญาติของเธอคนหนึ่งสวยระดับนางงามทีเดียว แล้วตอนเด็กๆ ก็อยู่บ้านติดกันนี่เอง ว่าแล้วก็หยิบหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพสุภาพสตรีท่านหนึ่งให้ผมดู เป็นหนังสืองานศพที่สวยที่สุดเล่มหนึ่งที่ผมเคยเห็น สุภาพสตรีท่านนั้นคือคุณกมลทิพย์ สุดลาภา ชาวสงขลาที่เกิดและเติบโตย่านถนนนางงาม ศิษย์เก่า "วรนารีเฉลิม" โรงเรียนสตรีคู่เมืองสงขลา และครุศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยครูสวนดุสิต ก่อนพบรักกับคุณเชาวน์วัศ สุดลาภา ท่านผู้ว่าฯ ที่สร้างผลงานดีเด่นในหลายจังหวัด คุณกมลทิพย์เกษียณอายุราชการ ปี 2539 ที่สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ก่อนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2544 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสวยระดับนางงามของคุณกมลทิพย์ ช่างคู่ควรกับการเป็นชาวสงขลาแห่ง "ถนนนางงาม" เสียเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม ดร.ศรีสุพร ช่วงสกุล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ผู้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง "ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสงขลา" กรุณาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า "ถนนเก้าห้อง" ซึ่งมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2385 ถูกเรียกขานเป็น "ถนนนางงาม" หลังปี 2478 เป็นต้นมา เพราะปีนั้นจังหวัดสงขลาเริ่มจัดงานปีใหม่และงานฉลองรัฐธรรมนูญ พร้อมกับการประกวดนางงามสงขลาเป็นปีแรก ตามนโยบาย "คณะราษฎร" ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ปรากฏว่ามีสาวงามจากถนนเก้าห้อง คือ คุณนงเยาว์ โพธิสาร (นามสกุลเดิม "บุญยะศิวะ") ชื่อเล่น "แดง" ได้รับรางวัลจากการประกวดครั้งนั้นด้วย ชาวสงขลาจึงเรียก "ถนนเก้าห้อง" ว่า "ถนนนางงาม" กันติดปากมานับจากนั้น แต่ก็ยังมีข้อสันนิษฐานอื่นอีกว่าชื่อ "นางงาม" อาจเพี้ยนเสียงมาจาก "นางาม" เพราะบริเวณนี้เคยเป็นท้องนามาก่อน หรืออาจจะมาจากการที่ย่านนี้เคยเป็นย่านการค้าของสงขลา มีเรือสินค้ามาขึ้นฝั่งคึกคัก จึงเป็นย่านหญิงงามเมืองด้วย จึงเรียกกันว่า "ถนนนางงาม" แต่ข้อสันนิษฐานนี้ ดร.ศรีสุพร กล่าวว่า มีน้ำหนักน้อยมาก เมื่อเทียบกับเหตุผลแรก แต่ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร "ถนนนางงาม" ในวันนี้ ก็ยังสงบงามและคลาสสิก เคียงคู่ถนนนครนอก-นครใน ย่านเมืองเก่าสงขลา แม้มิได้ตีตรา "มรดกโลก" เฉกเช่น "หลวงพระบาง" ในลาว หรือ "ฮอยอัน" ในเวียดนาม แต่ก็ควรค่าแก่การชื่นชมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย (ล้อมกรอบท้ายเรื่อง) ชมรมท่องอุษาคเนย์ ขอเชิญ "ท่องอารยธรรมเส้นทางสายไหม" วันที่ 16-25 ก.ย. สวัสดีเชียงตุง ชักพระออกพรรษาอินเล (พม่า) วันที่ 5-8 ต.ค. "สู่เมืองแมนที่ปลายฟ้า ลี่เจียง-แชงกรีล่า" วันที่ 20-24 ต.ค. นำชมโดย ธีรภาพ โลหิตกุล สำรองที่นั่ง 0-2637-7321-2, 0-1823-7373 คำอธิบายภาพ นางงาม -1. ประตูเมืองเก่าสงขลา ทางเข้าสู่ถนนนครนอก นครใน และถนนนางงาม นางงาม -2 ป้ายซอยบนถนนนางงาม ประดับรูปนางเงือกแห่งหาดสมิหลา นางงาม -3 คุณกมลทิพย์ สุดลาภา สาวงามชาวสงขลา ผู้เกิด และเติบโตที่บ้านย่าน ถนนนางงาม นางงาม -4 อาคารเก่าแก่บนถนนนางงาม ยังหลงเหลือร่องรอยความงามในอดีตให้เห็น สังเกตว่ายังมีสามล้อ ซึ่งคนสงขลาแต่ก่อนเรียก "แท็กซี่" ส่วนรถยนต์เรียก "ล่อหลี่" นางงาม -5. ลวดลายฉลุไม้วิจิตรตาที่ "โรงแรมนางงาม" นางงาม -6. อาคารเก่าแก่สไตล์ "โคโลเนียล" ปัจจุบันเป็นหอพักสตรี

ความคิดเห็นที่ 46 โดย กมลทิพย์ สุดลาภา(2008-03-25) 18:27:20 แจ้งลบ

คุณ กมลทิพย์ สุดลาภา ภริยา พณฯ เชาวน์วัศ สุดลาภา อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย อดีต นางงาม จังหวัดสงขลา จึงเ พณฯ ท่าน เชาวน์วัศ สุดลาภา และ ประวัติคุณหญิง กมลทิพย์ สุดลาภา เป็นผู้มีความ งามอย่างมาก และเติบโตย่าน จ.สงขลา จนกลายเป็นถนน นางงาม และเป็นศิษย์เก่า โรงเรียน “วรนารีเฉลิม” โรงเรียน สตรีคู่เมืองสงขลา ท่องไปกับใจตน : ไขปริศนา "ถนนนางงาม" อร่ามเรืองเมืองสงขลา "ไปถึงสงขลา อย่าลืมแวะไปเดินย่านเมืองเก่าแถวถนนนางงามนะครับ พี่ต้องชอบแน่ๆ" เสียงกำชับจาก จารุภัทร วิมุตติเศรษฐ์ เมื่อรู้ว่าผมจะสัญจรสู่สงขลา เขาเป็นหนุ่มนักทำสารคดีที่มีบ้านเกิดอยู่เหนือสุดที่เชียงราย แต่เป็นผู้เขียนหนังสือ "นายรอบรู้" ฉบับ "สงขลา" แดนดินถิ่นใต้เกือบสุดปลายด้ามขวาน ซึ่งระบุว่าย่านเมืองเก่าสงขลามีถนนสายสำคัญน่าเดินเที่ยว 3 สาย คือ ถนนนครนอก นครใน และถนนนางงาม เพราะมีห้องแถวไม้แบบจีน ตึกคลาสสิกสไตล์ "ชิโน-โปรตุกีส" และขนมอร่อยๆ ทั้งของไทย จีน ฝรั่ง ให้เลือกชมและชิมอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ แต่ที่สงสัย คือมีถนนนครนอก กับถนนนครใน แล้วอยู่ดีๆ ทำไมมี "ถนนนางงาม" ขึ้นมาได้ นางงามอะไร? ใครคือนางงาม? ผู้กลายมาเป็นตำนานของถนนที่น่ารักสายนี้ ย้อนอดีตกลับไปราว 200 ปีก่อน ตัวอำเภอเมืองสงขลาไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้หาดสมิหลาเช่นในปัจจุบัน ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นสงขลาเป็นจังหวัดที่มีรูปร่างแปลก เพราะมีทะเลสาบสงขลาคั่นกลาง เดิมตัวเมืองสงขลาตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ เรียกว่า "เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน" จนกระทั่ง พ.ศ.2385 จึงขยับขยายมาฝั่งตรงข้าม บริเวณตำบลบ่อยาง เรียกว่า "เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง" โดยเริ่มแรกมีถนนสองสายคือ "นครนอก" หรือถนนเส้นนอกติดทะเลสาบ กับ "นครใน" หรือถนนเส้นใน ต่อมามีการตัดถนนสายที่สามเพื่องานสมโภชเสาหลักเมือง เรียกกันว่า "ถนนเก้าห้อง" หรือ "ย่านเก้าห้อง" เพราะอาคารแรกบนถนนสายนี้มี 9 คูหา หรือ 9 ห้อง แต่ทำไม "ถนนเก้าห้อง" กลายไปเป็น "ถนนนางงาม" ไปได้? บ่ายวันนั้น ผมเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ ขณะเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยของถนนนางงาม ซึ่งเป็นถนนสายสั้น รถราไม่พลุกพล่าน ชวนให้เดินทอดน่องท่องอดีต พบอาแปะขาย "การอจี๋" ขนมเก่าแก่ของคนจีน อยู่แถวศาลเจ้าพ่อกวนอูมานานนับ 40 ปี พบหอพักที่เป็นตึกเก่าสไตล์ "ชิโน-โปรตุกีส" งามสง่าบนถนนเชื่อมระหว่างถนนนางงามกับนครใน พบ "โรงแรมนางงาม" โรงแรมไม้เก่าแก่ประดับลายฉลุไม้วิจิตรตา ด้านหน้ามี "อาเคด" (Arcade) หรือทางเดินมีหลังคาคลุม คุ้มแดดคุ้มฝนเหมือนอาคาร "ชิโน-โปรตุกีส" แถวภูเก็ต พังงา แต่น่าเสียดายที่โรงแรมปิดกิจการไปเสียแล้ว แวะร้านริมทาง ชิม "ข้าวฟ่างกวน" แก้หิว นี่คือขนมเก่าแก่ของชาวสงขลา ใส่ถาดขายคู่กับ "ข้าวเหนียวดำกวน" ชอบใจตรงที่ไม่หวานเกิน และคุณพี่เจ้าของร้านก็ไม่ได้ทำมากๆ ไปส่งขาย แต่ทำพอขายเองที่หน้าบ้านเป็นการสืบทอดฝีมือทำขนมของคุณยาย คุยไปคุยมา เค้าลางของ "นางงาม" เริ่มฉายแวว เมื่อผมลองถามถึงที่มาของชื่อถนนสายนี้ คุณพี่บอกไม่ทราบเหมือนกัน รู้แต่ว่ามีญาติของเธอคนหนึ่งสวยระดับนางงามทีเดียว แล้วตอนเด็กๆ ก็อยู่บ้านติดกันนี่เอง ว่าแล้วก็หยิบหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพสุภาพสตรีท่านหนึ่งให้ผมดู เป็นหนังสืองานศพที่สวยที่สุดเล่มหนึ่งที่ผมเคยเห็น สุภาพสตรีท่านนั้นคือคุณกมลทิพย์ สุดลาภา ชาวสงขลาที่เกิดและเติบโตย่านถนนนางงาม ศิษย์เก่า "วรนารีเฉลิม" โรงเรียนสตรีคู่เมืองสงขลา และครุศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยครูสวนดุสิต ก่อนพบรักกับคุณเชาวน์วัศ สุดลาภา ท่านผู้ว่าฯ ที่สร้างผลงานดีเด่นในหลายจังหวัด คุณกมลทิพย์เกษียณอายุราชการ ปี 2539 ที่สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ก่อนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2544 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสวยระดับนางงามของคุณกมลทิพย์ ช่างคู่ควรกับการเป็นชาวสงขลาแห่ง "ถนนนางงาม" เสียเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม ดร.ศรีสุพร ช่วงสกุล อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ ผู้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง "ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสงขลา" กรุณาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า "ถนนเก้าห้อง" ซึ่งมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2385 ถูกเรียกขานเป็น "ถนนนางงาม" หลังปี 2478 เป็นต้นมา เพราะปีนั้นจังหวัดสงขลาเริ่มจัดงานปีใหม่และงานฉลองรัฐธรรมนูญ พร้อมกับการประกวดนางงามสงขลาเป็นปีแรก ตามนโยบาย "คณะราษฎร" ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ปรากฏว่ามีสาวงามจากถนนเก้าห้อง คือ คุณนงเยาว์ โพธิสาร (นามสกุลเดิม "บุญยะศิวะ") ชื่อเล่น "แดง" ได้รับรางวัลจากการประกวดครั้งนั้นด้วย ชาวสงขลาจึงเรียก "ถนนเก้าห้อง" ว่า "ถนนนางงาม" กันติดปากมานับจากนั้น แต่ก็ยังมีข้อสันนิษฐานอื่นอีกว่าชื่อ "นางงาม" อาจเพี้ยนเสียงมาจาก "นางาม" เพราะบริเวณนี้เคยเป็นท้องนามาก่อน หรืออาจจะมาจากการที่ย่านนี้เคยเป็นย่านการค้าของสงขลา มีเรือสินค้ามาขึ้นฝั่งคึกคัก จึงเป็นย่านหญิงงามเมืองด้วย จึงเรียกกันว่า "ถนนนางงาม" แต่ข้อสันนิษฐานนี้ ดร.ศรีสุพร กล่าวว่า มีน้ำหนักน้อยมาก เมื่อเทียบกับเหตุผลแรก แต่ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร "ถนนนางงาม" ในวันนี้ ก็ยังสงบงามและคลาสสิก เคียงคู่ถนนนครนอก-นครใน ย่านเมืองเก่าสงขลา แม้มิได้ตีตรา "มรดกโลก" เฉกเช่น "หลวงพระบาง" ในลาว หรือ "ฮอยอัน" ในเวียดนาม แต่ก็ควรค่าแก่การชื่นชมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย (ล้อมกรอบท้ายเรื่อง) ชมรมท่องอุษาคเนย์ ขอเชิญ "ท่องอารยธรรมเส้นทางสายไหม" วันที่ 16-25 ก.ย. สวัสดีเชียงตุง ชักพระออกพรรษาอินเล (พม่า) วันที่ 5-8 ต.ค. "สู่เมืองแมนที่ปลายฟ้า ลี่เจียง-แชงกรีล่า" วันที่ 20-24 ต.ค. นำชมโดย ธีรภาพ โลหิตกุล สำรองที่นั่ง 0-2637-7321-2, 0-1823-7373 คำอธิบายภาพ นางงาม -1. ประตูเมืองเก่าสงขลา ทางเข้าสู่ถนนนครนอก นครใน และถนนนางงาม นางงาม -2 ป้ายซอยบนถนนนางงาม ประดับรูปนางเงือกแห่งหาดสมิหลา นางงาม -3 คุณกมลทิพย์ สุดลาภา สาวงามชาวสงขลา ผู้เกิด และเติบโตที่บ้านย่าน ถนนนางงาม นางงาม -4 อาคารเก่าแก่บนถนนนางงาม ยังหลงเหลือร่องรอยความงามในอดีตให้เห็น สังเกตว่ายังมีสามล้อ ซึ่งคนสงขลาแต่ก่อนเรียก "แท็กซี่" ส่วนรถยนต์เรียก "ล่อหลี่" นางงาม -5. ลวดลายฉลุไม้วิจิตรตาที่ "โรงแรมนางงาม" นางงาม -6. อาคารเก่าแก่สไตล์ "โคโลเนียล" ปัจจุบันเป็นหอพักสตรี ป็นที่มาของถนนนางงาม จังหวัดสงขลา

ความคิดเห็นที่ 45 โดย ฑีพัตรยส สุดลาภา teapatyot341455@hotmail.com(2008-03-24) 14:04:36 แจ้งลบ

เราจะประกาศรายชื่อรองอันดับสองนางสาวไทยปี2531ก่อน และรองนางสาวไทยอันดับที่สองประจำปี2531นี้ ได้แก่ พิมพิไล ไชโยครับ ! ขอแสดงความยินดีด้วย และนางงามที่เหลืออีกสองท่าน เราจะประกาศรายชื่อ รองอันดับ 1ละคนที่เราประกาศรายชื่อเป็นคนสุดท้าย คนนั้นจะได้เป็นนางสาวไทยประจำปี2531นี้นะครับ รองนางสาวไทยอันดับที่1 ได้แก่1! คุณ ปรียานุช ปานประดับ และแน่นอน หมายเลข 13 นางสาว ภรทิพย์ นาคหิรัญกนก หรือน้องปุ๋ย ได้เป็นนางสาวไทยปี 2531 นี้ครับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ จากคุณ ฑีพัตรยศ สุดลาภา teapatyost341455@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 44 โดย ฑีพัตรยส สุดลาภา teapatyot341455@hotmail.com(2008-03-24) 14:04:05 แจ้งลบ

เราจะประกาศรายชื่อรองอันดับสองนางสาวไทยปี2531ก่อน และรองนางสาวไทยอันดับที่สองประจำปี2531นี้ ได้แก่ พิมพิไล ไชโยครับ ! ขอแสดงความยินดีด้วย และนางงามที่เหลืออีกสองท่าน เราจะประกาศรายชื่อ รองอันดับ 1ละคนที่เราประกาศรายชื่อเป็นคนสุดท้าย คนนั้นจะได้เป็นนางสาวไทยประจำปี2531นี้นะครับ รองนางสาวไทยอันดับที่1 ได้แก่1! คุณ ปรียานุช ปานประดับ และแน่นอน หมายเลข 13 นางสาว ภรทิพย์ นาคหิรัญกนก หรือน้องปุ๋ย ได้เป็นนางสาวไทยปี 2531 นี้ครับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ จากคุณ ฑีพัตรยศ สุดลาภา teapatyost341455@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 43 โดย ฑีพัตรยส สุดลาภา teapatyot341455@hotmail.com(2008-03-24) 14:03:42 แจ้งลบ

เราจะประกาศรายชื่อรองอันดับสองนางสาวไทยปี2531ก่อน และรองนางสาวไทยอันดับที่สองประจำปี2531นี้ ได้แก่ พิมพิไล ไชโยครับ ! ขอแสดงความยินดีด้วย และนางงามที่เหลืออีกสองท่าน เราจะประกาศรายชื่อ รองอันดับ 1ละคนที่เราประกาศรายชื่อเป็นคนสุดท้าย คนนั้นจะได้เป็นนางสาวไทยประจำปี2531นี้นะครับ รองนางสาวไทยอันดับที่1 ได้แก่1! คุณ ปรียานุช ปานประดับ และแน่นอน หมายเลข 13 นางสาว ภรทิพย์ นาคหิรัญกนก หรือน้องปุ๋ย ได้เป็นนางสาวไทยปี 2531 นี้ครับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ จากคุณ ฑีพัตรยศ สุดลาภา teapatyost341455@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 42 โดย ฑีพัตรยศ สุดลาภา (ลูกหิน)(2008-03-18) 21:05:25 แจ้งลบ

ตระกูล หงสกุล ก็เป็นนางงามที่มีความงามมากในอดีตตั้งแต่ก่อน อาภัสรา หงสกุล แต่ว่ามีอยู่ท่านหนึ่งในอดีตที่เป็นรุ่นหลังกัลยา เทียนสว่าง และมยุรี ในปี 2480 และในอดีตอย่างเช่น รองนางสาวไทยที่สวยๆก็มีอย่างคุณ สปัน เทียนประสิทธิ์ ผมเคยไปนั่งรับประทานอาหารที่ร้านของคุณ สปัน เทียนประสิทธิ์ จะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยากับการแต่งกายของนางงามต่างๆในอดีต จะอยู่เลยหมู่บ้านการ์เด้นโฮมวิลเลจ ร้านอาหารบรรยากาศหน้านั่งดีมากๆครับ และยังมีนางสาวไทยที่เป็นรองอันดับ1 นางงามจักรวาลในปี2508 ต่อจากอาภัสรารู้สึกจะชื่อว่า จีรนันท์ เศวตนันท์ ครับที่ได้เป็นรองนางงามจักวาลปีที่ต่อจากปีอาภัสรา และนางสาวไทยในปี 2531 คุณ ภรทิพย์ นาคหิรัญกนก ก็ได้เป็นนางงามจักวารด้วยครับ ประเทศไทย มีนางสาวไทยที่ได้เป็นนางงามจักวาล 2 ท่าน แต่เป็นรองนางงามจักวาลหลายท่านนะครับ ฑีพัตรยศ สุดลาภา ผู้ที่สนใจและชอบดูการประกวดในด้านของความงามนะครับ ผมว่าสร้างสรรค์ดีนะครับ ดีกว่าไม่รู้ และก็ไม่ชอบประกวด ประชันอะไรเลย!

ความคิดเห็นที่ 41 โดย ฑีพัตรยศ สุดลาภา stool132@windowslive.com(2008-03-18) 13:56:49 แจ้งลบ

ผมจะชอบดูการประกวดนางสาวไทยในอดีตมาเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่ สาวิณี ประการะนัง ธารทิพย์ พงษ์สุข ทวีพร คลังพลอย ชุติมา นัยนา ภรทิพย์ นาคหิรัญกนก ยลดา รองหานาม ภัสราภรณ์ ชัยมงคล อรียา สิริโสภา และอื่นๆอีกมากมายที่เป็นรองอันดับที1234 ในเวทีการประกวดครับ ดี ดี ดี มากๆครับถ้าเมืองไทยยังมีการสนับสนุนในเรื่องของควาสวยความงามนะครับ

ความคิดเห็นที่ 40 โดย teapatyost341455@hotmail.com(2008-03-13) 20:27:13 แจ้งลบ

ผมรู้ประวัติ ของกลัยา เทียน สว่างครับ เป็นนางสาวไทยคนแรกในประเทศไทยในปี ๒๔๗๕ ครับผมชอบดูการประกวด นางสาวไทยทุกๆปี และที่บ้านของผมก็มีคุณน้า เป็นนางงาม บ้านโป่ง ราชบุรี ครับ ผมชื่อ นาย ฑีพัตรยศ สุดลาภา เป็นไทย-มอญ บ้านโป่ง และนางสาวไทยทุกปี ๆ จะผ่านสายตาผมและผมก็รู้จักและเคยได้ยินชื่อเสียงในนางสาวไทยเกือบทุกคนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 39 โดย PEERAMETNARAK@hotmail.com(2008-02-28) 13:11:57 แจ้งลบ

นางสาวไทยนั้นมีความงามและทรงคุนค่าเหมาะสมกับเกียรติของสตรีไทยเป็นอย่างยิ่งซึ่งมีความงามไม่แพ้สตรีชาติใดในโลกจึงสมควรจัดให้มีการประกวดตลอดไป

ความคิดเห็นที่ 38 โดย t;,jke;'h(2008-02-02) 07:25:36 แจ้งลบ

สวยดี

ความคิดเห็นที่ 37 โดย อันน้นแหละ(2007-11-23) 18:37:55 แจ้งลบ

คนเเรกสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 36 โดย ยูยะ(2007-11-14) 13:32:17 แจ้งลบ

สวยนะคนที่ 40

<<ไปหน้าแรก <ก่อนหน้า1 2 3 ถัดไป>ไปหน้าสุดท้าย>>

โพสแสดงความคิดเห็น

Code